พื้นไม้ลามิเนตคืออะไร
คุณสมบัติที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกพื้นไม้ลามิเนต (Laminate Flooring)
พื้นไม้ลามิเนตคืออะไร ? ในปัจจุบันไม้ธรรมชาติมีขั้นตอนการติดตั้งตั้งที่ใช้เวลามากกว่างานไม้สำเร็จรูป จึงมีการผลิตวัสดุประเภทอื่นเพื่อทดแทนไม้พื้นที่เป็นไม้จริงทั้งชิ้น หนึ่งในวัสดุที่ใช้ทดแทนไม้พื้นธรรมชาติที่นิยมกันมาก ก็คือ ไม้พื้นลามิเนต (Laminate Wood Floor) หรือที่เรามักเรียกติดปากกันว่า “พื้นไม้ลามิเนต” ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูคล้ายไม้จริง มีลวดลายสีสันให้เลือกใช้หลากหลายในราคาที่ย่อมเยากว่าไม้จริง ติดตั้งและดูแลรักษาง่าย แข็งแรงทนทานเหมาะจะใช้งานเป็นพื้นไม้ในบ้าน
ใครที่ยังลังเลหรือกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับพื้นไม้ลามิเนต วันนี้เราจึงมีความรู้เรื่อง “พื้นไม้ลามิเนต” มาแชร์กัน ลักษณะของพื้นไม้ลามิเนต ความหมายของคำว่า “ลามิเนต” หมายถึง เป็นชั้นๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว พื้นไม้ลามิเนตเองก็มีลักษณะเป็นชั้นๆ เช่นกัน ประกอบไปด้วย
ชั้นแกนหลัก (Substrate Layer / Core Board)
จะผลิตจากเส้นใยหรือชิ้นไม้ย่อยๆ ผสมกาวและสารเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ นำมาบีบอัดเข้าด้วยกันด้วยความร้อนและแรงดันสูงให้เป็นแผ่น
ชั้นแผ่นรองพื้น (Backing Layer / Stabilizing Film)
จะอยู่ใต้ชั้นแกนหลัก มีหน้าที่ช่วยป้องกันความชื้นจากพื้นคอนกรีตที่จะส่งผลต่อความแข็งแรงของแผ่นไม้
ชั้นลวดลายไม้ (Pattern Layer)
มีลักษณะเป็นแผ่นวัสดุพิมพ์ลายไม้ปิดทับด้านบน
ชั้นเคลือบผิว (Overlay หรือ Wear Layer)
เคลือบผิวชั้นบนสุดด้วยวัสดุป้องกันรอยขีดข่วน โดยขนาดของพื้นไม้ลามิเนตแต่ละแผ่น มักมีขนาดเทียบกับไม้จริง คือ หน้ากว้างประมาณ 6” และ 8” ยาวประมาณ 1.20 -1.80 ม. มีหลายความหนาให้เลือกใช้ แต่ที่มีจำหน่ายโดยทั่วไปได้แก่ 8 มม. และ 12 มม.
ผ่านการทดสอบคุณภาพ
โดยพื้นไม้พื้นลามิเนต ของบริษัทได้รับการทดสอบ และยืนยัน จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่าสามารถทนต่อการขีดข่วนได้มากถึง 9,400 รอบ ซึ่งจัดอยู่ในระดับ AC 5 ซึ่งเป็นระดับความคงทนที่สูงที่สุดในมาตรฐานของยุโรป European Standard ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลกโดยแน่นอนว่าไม้ลามิเนต ที่มีความคงทนของผิวหน้าต่ำ หรือ ค่า AC ต่ำ เป็นไม้ที่มีราคาถูกกว่าไม้ที่มีค่า AC สูง นี่เป็นเหตุผลนึ่ง ที่อธิบายถึงราคาพื้นไม้ลามิเนตที่ต่างกันในตลาดบ้านเรา
ชั้นถัดมาของพื้นไม้ลามิเนตคือ ชั้นของลายไม้ (Pattern Layer) โดยชั้นนี้จะถูกออกแบบโดยระบบคอมพิวเตอร์ให้มีลวดลายเหมือนไม้จริง เราจึงเห็นลวดลายของพื้นไม้ลามิเนตมากมายและมีสีต่างๆกันโดยมักจะถูกออกแบบเลียนแบบลายไม้จริง เช่น ลายไม้โอ้ค ลายไม้เมเปิ้ล ลายไม้สัก และมีการย้อมสีต่างๆกันไปจากสีขาวไปถึงสีดำ ลายไม้ ซึ่งชั้นลายไม้นี้จะนำมาปิดทับชั้นไม้ HDF ในชั้นถัดไป
ชั้นถัดมาของพื้นไม้ลามิเนต คือ ชั้นตรงกลาง (SUbstrate Layer) ซึ่งเป็นชั้นที่มีความหนาที่สุด ผลิตโดยการนำไม้เนื้อแข็งมาย่อยให้ละเอียด และ นำไปผสมกับสารอื่นๆ อันได้แก่สารป้องกันความชื้น และ สารป้องกันการกัดกินจากปลวกและแมลง จากนั้นจึงทำให้ออกมาเป็นแผ่น โดยกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยเราเรียกวิธีนี้ว่า HDF (High Density Fiberboard) ซึ่งจะได้ไม้ที่ดูคล้ายไม้ธรรมชาติแต่มีความแข็งแรงและยืดหดตัวน้อยกว่าไม้จริงอยู่หลายเท่า
ส่วน ชั้นล่างสุดของพื้นไม้ลามิเนต (Backing Layer) จะเป็นแผ่นป้องกันความชื้น ทำให้มีคุณสมบัติป้องกันความชื้นและป้องกันปลวกได้เป็นอย่างดี จึงทำให้พื้นไม้ลามิเนต มีความคงทน แข็งแรงมากกว่าพื้นไม้ทั่วไป พื้นไม้ลามิเนต ที่มีอยู่ในตลาดมีอยู่หลายความหนาด้วยกัน แต่ที่เป็นที่นิยมใช้กัน และ มีวางจำหน่ายในประเทศไทย จะมีความหนา 8 มิลลิเมตร และ 12 มิลลิเมตร โดยการเลือกใช้วัสดุที่มีความหนา 8 หรือ 12 มิลลิเมตร นั้น ขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่ที่ติดตั้งนั้น เรียบดีหรือไม่ หากพื้นที่ไม่เรียบได้ระดับ การใช้พื้นไม้ลามิเนตแบบ 12 มิลลิเมตร จะช่วยลดความยวบยาบที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากพื้นไม่ได้ระดับได้
ข้อดีของพื้นไม้ลามิเนต
ระบบการติดตั้งพื้นไม้ลามิเนตเป็นแบบคลิกล็อค ทำให้รอยต่อระหว่างแผ่นไม้แนบสนิททุกแผ่น
พื้นไม้ลามิเนต ติดตั้งง่าย และ รวดเร็ว ด้วยระบบ คลิกล็อค
สามารถติดตั้งทับพื้นกระเบื้อง หรือ กระเบื้องยางเดิมได้เลย
น้ำหนักเบา
ผิวหน้าทนทานต่อรอยขูดขีด
พื้นไม้ลามิเนต ทนต่อขี้เถ้าบุหรี่ และ ความร้อน เนื่องจากผิวหน้าเคลือบด้วย wear layer ที่มีความทนทานสูง
ทนต่อแรงกดทับได้ดี
ผิวหน้าพื้นไม้ลามิเนต ทนต่อแสงแดด สารเคมี และไม่ติดไฟ
ไม่เกิดไฟฟ้าสถิต
ไม่เกิดเชื้อรา แบคทีเรีย ไม่เก็บฝุ่น และ เชื้อโรค
การดูแลรักษาพื้นไม้ลามิเนต ง่าย เพียงใช้ไม้กวาด หรือ เครื่องดูดฝุ่น และ ถูด้วยไม้ถูพื้นบิดหมาด
ผิวหน้าไม่ลื่น
ไม่เย็นเท้า
สามารถใช้งานได้ทันที หลังจากติดตั้งพื้นไม้ลามิเนต เรียบร้อยแล้ว
ข้อเสียของพื้นไม้ลามิเนต
วัสดุพื้นไม้ลามิเนต ผลิตจากไม้จริง เป็นไม้ indoor ไม่เหมาะกับการติดตั้งภายนอกอาคาร
พื้นที่ที่จะติดต้ัง จะต้องเรียบได้ระดับ คือไม่เป็นแอ่งกระทะ หรือ นูน มิฉะนั้นเวลาติดตั้งไปแล้ว อาจเกิดเสียงเวลาเดิน
ไม่สามารถขัดผิวหน้าออก เพื่อทำสีใหม่ได้